เจอคนจริง หนุ่มโดนไปสั่ง โต้เดือดอ้างข้อกฏหมาย ไม่ขอรับใบสั่งเจอกันที่ศาล งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตกใครกันแน่ที่ผิด


เรื่องดราม่ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรถือว่าเป็นอะไรที่เจอบ่อยมากในสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลกับการใช้ชีวิต และโทรศัพท์มือถือก็เป็นได้ทั้งเครื่องบันทึกภาพและเสียง เราจึงเห็นคลิป การโต้เถียงระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เสมอ

ล่าสุดเฟซบุ๊ค มงคล บุญศักดิ์เลิศวทยา ก็ได้ออกมาเผยแพร่คลิปวีดีโอ พร้อมบรรยายเรื่องราวเอาไว้ว่า

คลิปเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๕๘ น ที่เริ่มบันทึก โดยก่อนหน้านั้นมิได้มีการบันทึก คลิปวิดิโอนี้เป็นส่วนกนึ่งของคลิปวิดิโอที่มีประกอบด้วยกัน ๔ ไฟท์

และเพื่อประโยชน์ในทางคดี ในบางเนื้อหาจึงขออนุญาตสงวนไว้ ในการแสดงความเห็นขอให้แสดงเฉพาะในส่วนที่กำลังมีการพูดถึง ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือการคาดเดา ไม่แนะนำให้นำมากล่าว เพราะอาจไปละเมิดผู้อื่นให้เกิดความเสียหายได้

ในส่วนประเด็นที่อยากนำเสนอ เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และผมในฐานะเป็นผู้เสียหายซึ่งได้รับผลกระทบ จากการทำงานของข้าราชการตำรวจ สกัด บก.จร หน่วยงานย่อยใต้ทางด่วนพระราม ๔ ที่น่าจะมีความคาดเคลื่อนในข้อกฎหมายที่อาจรับรู้มาผิดๆ ร่วมทั้ง สิทธิ์ของผู้ถูกจับกุม ที่รับรองจากกฎหมาย และ.ป.วิ.อ. ในประเด็นการจับกุมผู้กระทำผิดที่ไม่มีหมายจับ

ส่วนตัว….เห็นว่าหากปล่อยไว้ให้ตำรวจผู้ต้องบังคับใช้กฎหมาย มีความเข้าใจผิดในบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ผลเสียที่จะเกิดก็จะส่งผลร้ายต่อสังคม อย่างมหาศาล และสังคมจะอยู่อย่างไม่มีความปลอดภัย

เรื่องราวนี้เป็นคลิปวิดิโอแรก ที่ผมเองมีความจำเป็นต้องบันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐาน หลังถูกนายตำรวจที่ปรากฎในคบิปวิดิโอ กล่าวหาในฐานความผิดที่ไม่มีกฎหมายไทยบัญญัติให้เป็นความผิด ในข้อหา “ไม่จัดให้มีสิ่งปกคลุมสิ่งของที่บรรทุก”

สังคมต่างทราบดีผมสู้ในข้อกล่าวหานี้มาตลอด และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อประชาชน ที่ตำรวจเที่ยวตีความกฎหมายแบบอำเภอใจ โดยตีความว่า การจัดสิ่งป้องกัน ตามกฎหมายว่า จัดสิ่งปกคลุม

การปกคลุม เป็นเพียง ๑ ในวิธีการจัดสิ่งป้องกัน ไม่ใช่เจตนาของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ขับรถทำ เพราะหากสิ่งของที่บรรทุกเป็นเหล็กที่มีน้ำหนักมากๆ การปกคลุมมิอาจป้องกันการตกหล่นลื่นไหลจากตัวรถได้

 

Loading…

 

สำหรับประเด๋นข้อกล่าวหาที่ตำรวจกล่าวหา ผมขออนุญาตข้ามไปใช้สิทธิ์ในศาล นะครับ ได้ข้อยุติอย่างไรก็จะมานำเสนอต่อไป สำหรับส่วนนี้ผมมีความแรารถณาที่จะทำให้สังคมเห็นอยู่แล้วเป็นส่วนความตั้งใจ เพราะสังคมต้องได้รับความเดือนร้อนจากการกล่าวหาในข้อหานี้มานาน

และในส่วนที่นำเสนอคือ ขั้นตอนการจับกุมหลังตำรวจพบการ กระทำผิด ในกรณีนี้เป็นความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก ตร.สามารถจับกุมได้ด้วย ม๑๔๐ ซึ่งในกรณีนี้ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะการรับใบสั่ง เท่ากับผมยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อ และต้องถูกจำกัดสิทธิ์อย่างไม่สมเหตุสมผล

ผมจึงเลือกที่จะไม่รับใบสั่ง เพื่อมิให้ถูกจำกัดสิทธิ์

ความเป็นเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความเป็นเจ้าพนักงานตาม ป.วิ.อ. ก็ชอบที่สามารถใช้การจับกุมตาม ป.วิ.อ.ได้ ตาม ม๘๓ การไม่สามารถออกใบสั่งไม่ได้หมายความว่าตัดสิทธิ์ในการจับกุมผู้กระทำผิด

ซึ่งผมก็ร้องขอให้ตำรวจปฏิบัติ เพื่อผมจะใช้สิทธิ์ผู้ถูกจับกุม และที่ปรากฎตามคลิปในคำชี้แจ้ง นอกจากไม่ปฏิบัติแล้วยังประวิงเวลา กักขัง หน่วงเหนียว และใช้การข่มขู่ เพิ่มข้อกล่าวหาตลอดโดยมีตำรวจยศดาบตำรวจเข้ามาใช้ถ้อยคำกล่าวกาเพิ่มโดยตลอดทั้งๆที่ผมไม่ได้กระทำผิด

เวลาล่วงนานเกินกว่า ครึ่งชั่วโมง สุดท้ายได้เอาไปซึ่งบัตรประชาชนโดยไม่ระบุเป็นผล

การกระทำของตำรวจชุดนี้ ระบุว่าเป็นการออกปฏิบัติหน้าที่กวดขันตามแยกตามคำสั่ง.ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามีหนังสือสั่งการหรือไม่แอบอ้างกันแน่ ซึ่งหากมีการสั่งการ ผู้สั่งการก็รือหนึ่งในผู้กระทำผิดที่ผมได้แจ้งคใามไว้แล้ว ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แม้การแจ้งความตำรวจผู้รับแจ้งจะไม่รับแจ้งตามที่ผมร้องขอ แจ้งเพื่อดำเนินคดีกับตำรวจที่ปรากฎตามคลิปและผู้เกี่ยวข้องสั่งการก็ตาม

ผมในฐานะประชาชน ที่ต้องการการ”พิทักษ์สันติราษฎร์” จาก ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ติดตามบัตรประชาชนแล้วแจ้งให้ผมไปรับและติดตามผู้กระทำความผิดมารับโทษอย่างที่ควรเป็น

เหตุนี้ ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดกับผม โดยเฉพาะกับ หน่วยงาน บช.น และ บก.จร

หลายครั้งที่ต้องเสียเวลาไปขอความนุริธราม ผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง ปปท ที่วันนี้มีแต่เงียบ และไร้ทีท่าว่าจะมีปลในทางที่ควรเป็น แต่ภัยที่เกิดขึ้นจากตำรวจจราจรที่อาศัยระบบกล่าวหา สร้างความเดือนร้อนกับสังคมก็ยังคงทำกันอย่างหนักขึ้น และ หนักขึ้น

น้อยคนที่ยอมเสียเวลา เสียเงินที่มากดว่าค่าปรัยทวงถาม ส่วนม่กแล้วเลือกจ่ายข้างถนน เพราะเสียน้อยกว่า อันเป็นเหตุผลที่ตำรวจทั้งประเทศยึดเป็นแบบอย่าง

ผมเห็นว่า วันนี้ ตำรวจคือภัยของสังคมตัวจริง ที่ต้องการการแก้ไข ปล่อยไว้ ความสงบเรียบร้อยในสัฝคมไม่มีวันเกิด เงินที่ได้ข้างถนนจากระบบกล่าวหาในวันนี้ สังคมเลือกจ่ายไปกับการเก็บสะสมความเกลียดชัง

สำหรับผู้มีความสนใจในเรื่องราวที่นำเสนอนี้ ก็โปรดแชร์และกดไลด์ กดติดตาม ตพรวจเลวๆ ที่กล้าละเมิดผมได้ก็ละเมิดต่อทุกคนในสังคมได้ กฎหมายมีแต่ไม่ปฏิบัติก็ไม่สมควรเป็นตำรวจ

สน.ทุ่งมหาเมฆ จะพิทักษ์สันติร่ษฏร์ตามคืนบัตรประชาชนและตามผู้กระทำผิดมาลงโทษได้หรือไม่หรือจะจับกุมผู้เคารพในกฎหมายไปดำเนินคดี วันนี้ผมขอเรียกร้อง

ทั้งนี้จากเรื่องราวดังกล่าว ยังไม่เป็นที่ตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิดกันแน่ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วยครับ

คลิป

คลิปเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๑เวลา ๑๐.๕๘ น ที่เริ่มบันทึก โดยก่อนหน้านั้นมิได้มีการบันทึกคลิปวิดิโอนี้เป็นส่วนกนึ่งของคลิปวิดิโอที่มีประกอบด้วยกัน ๔ ไฟท์และเพื่อประโยชน์ในทางคดี ในบางเนื้อหาจึงขออนุญาตสงวนไว้ ในการแสดงความเห็นขอให้แสดงเฉพาะในส่วนที่กำลังมีการพูดถึง ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือการคาดเดา ไม่แนะนำให้นำมากล่าว เพราะอาจไปละเมิดผู้อื่นให้เกิดความเสียหายได้ในส่วนประเด็นที่อยากนำเสนอ เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และผมในฐานะเป็นผู้เสียหายซึ่งได้รับผลกระทบ จากการทำงานของข้าราชการตำรวจ สกัด บก.จร หน่วยงานย่อยใต้ทางด่วนพระราม ๔ ที่น่าจะมีความคาดเคลื่อนในข้อกฎหมายที่อาจรับรู้มาผิดๆ ร่วมทั้ง สิทธิ์ของผู้ถูกจับกุม ที่รับรองจากกฎหมาย และ.ป.วิ.อ. ในประเด็นการจับกุมผู้กระทำผิดที่ไม่มีหมายจับส่วนตัว….เห็นว่าหากปล่อยไว้ให้ตำรวจผู้ต้องบังคับใช้กฎหมาย มีความเข้าใจผิดในบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ผลเสียที่จะเกิดก็จะส่งผลร้ายต่อสังคม อย่างมหาศาล และสังคมจะอยู่อย่างไม่มีความปลอดภัยเรื่องราวนี้เป็นคลิปวิดิโอแรก ที่ผมเองมีความจำเป็นต้องบันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐาน หลังถูกนายตำรวจที่ปรากฎในคบิปวิดิโอ กล่าวหาในฐานความผิดที่ไม่มีกฎหมายไทยบัญญัติให้เป็นความผิด ในข้อหา "ไม่จัดให้มีสิ่งปกคลุมสิ่งของที่บรรทุก"สังคมต่างทราบดีผมสู้ในข้อกล่าวหานี้มาตลอด และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อประชาชน ที่ตำรวจเที่ยวตีความกฎหมายแบบอำเภอใจ โดยตีความว่า การจัดสิ่งป้องกัน ตามกฎหมายว่า จัดสิ่งปกคลุม การปกคลุม เป็นเพียง ๑ ในวิธีการจัดสิ่งป้องกัน ไม่ใช่เจตนาของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ขับรถทำ เพราะหากสิ่งของที่บรรทุกเป็นเหล็กที่มีน้ำหนักมากๆ การปกคลุมมิอาจป้องกันการตกหล่นลื่นไหลจากตัวรถได้สำหรับประเด๋นข้อกล่าวหาที่ตำรวจกล่าวหา ผมขออนุญาตข้ามไปใช้สิทธิ์ในศาล นะครับ ได้ข้อยุติอย่างไรก็จะมานำเสนอต่อไป สำหรับส่วนนี้ผมมีความแรารถณาที่จะทำให้สังคมเห็นอยู่แล้วเป็นส่วนความตั้งใจ เพราะสังคมต้องได้รับความเดือนร้อนจากการกล่าวหาในข้อหานี้มานาน และในส่วนที่นำเสนอคือ ขั้นตอนการจับกุมหลังตำรวจพบการกระทำผิด ในกรณีนี้เป็นความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก ตร.สามารถจับกุมได้ด้วย ม๑๔๐ ซึ่งในกรณีนี้ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะการรับใบสั่ง เท่ากับผมยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อ และต้องถูกจำกัดสิทธิ์อย่างไม่สมเหตุสมผลผมจึงเลือกที่จะไม่รับใบสั่ง เพื่อมิให้ถูกจำกัดสิทธิ์ความเป็นเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความเป็นเจ้าพนักงานตาม ป.วิ.อ. ก็ชอบที่สามารถใช้การจับกุมตาม ป.วิ.อ.ได้ ตาม ม๘๓ การไม่สามารถออกใบสั่งไม่ได้หมายความว่าตัดสิทธิ์ในการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งผมก็ร้องขอให้ตำรวจปฏิบัติ เพื่อผมจะใช้สิทธิ์ผู้ถูกจับกุมและที่ปรากฎตามคลิปในคำชี้แจ้ง นอกจากไม่ปฏิบัติแล้วยังประวิงเวลา กักขัง หน่วงเหนียว และใช้การข่มขู่ เพิ่มข้อกล่าวหาตลอดโดยมีตำรวจยศดาบตำรวจเข้ามาใช้ถ้อยคำกล่าวกาเพิ่มโดยตลอดทั้งๆที่ผมไม่ได้กระทำผิดเวลาล่วงนานเกินกว่า ครึ่งชั่วโมง สุดท้ายได้เอาไปซึ่งบัตรประชาชนโดยไม่ระบุเป็นผลการกระทำของตำรวจชุดนี้ ระบุว่าเป็นการออกปฏิบัติหน้าที่กวดขันตามแยกตามคำสั่ง.ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามีหนังสือสั่งการหรือไม่แอบอ้างกันแน่ ซึ่งหากมีการสั่งการ ผู้สั่งการก็รือหนึ่งในผู้กระทำผิดที่ผมได้แจ้งคใามไว้แล้ว ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แม้การแจ้งความตำรวจผู้รับแจ้งจะไม่รับแจ้งตามที่ผมร้องขอ แจ้งเพื่อดำเนินคดีกับตำรวจที่ปรากฎตามคลิปและผู้เกี่ยวข้องสั่งการก็ตามผมในฐานะประชาชน ที่ต้องการการ"พิทักษ์สันติราษฎร์" จาก ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ติดตามบัตรประชาชนแล้วแจ้งให้ผมไปรับและติดตามผู้กระทำความผิดมารับโทษอย่างที่ควรเป็นเหตุนี้ ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดกับผม โดยเฉพาะกับ หน่วยงาน บช.น และ บก.จรหลายตรั้งที่ต้องเสียเวลาไปขอความนุริธราม ผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง ปปท ที่วันนี้มีแต่เงียบ และไร้ทีท่าว่าจะมีปลในทางที่ควรเป็น แต่ภัยที่เกิดขึ้นจากตำรวจจราจรที่อาศัยระบบกล่าวหา สร้างความเดือนร้อนกับสังคมก็ยังคงทำกันอย่างหนักขึ้น และ หนักขึ้นน้อยคนที่ยอมเสียเวลา เสียเงินที่มากดว่าค่าปรัยทวงถาม ส่วนม่กแล้วเลือกจ่ายข้างถนน เพราะเสียน้อยกว่า อันเป็นเหตุผลที่ตำรวจทั้งประเทศยึดเป็นแบบอย่างผมเห็นว่า วันนี้ ตำรวจคือภัยของสังคมตัวจริง ที่ต้องการการแก้ไข ปล่อยไว้ ความสงบเรียบร้อยในสัฝคมไม่มีวันเกิด เงินที่ได้ข้างถนนจากระบบกล่าวหาในวันนี้ สังคมเลือกจ่ายไปกับการเก็บสะสมความเกลียดชังสำหรับผู้มีความสนใจในเรื่องราวที่นำเสนอนี้ ก็โปรดแชร์และกดไลด์ กดติดตาม ตพรวจเลวๆ ที่กล้าละเมิดผมำด้ก็ละเมิดต่อทุกคนในสังคมได้ กฎหมายมีแต่ไม่ปฏิบัติก็ไม่สมควรเป็นตำรวจสน.ทุ่งมหาเมฆ จะพิทักษ์สันติร่ษฏร์ตามคืนบัตรประชาชนและตามผู้กระทำผิดมาลงโทษได้หรือไม่หรือจะจับกุมผู้เคารพในกฎหมายไปดำเนินคดี วันนี้ผมขอเรียกร้อง

โพสต์โดย มงคล บุญศักดิ์เลิศวทยา เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2018

ขอบคุณที่มา ข่าวไทย


What's Your Reaction?

Fail
0
Fail
Geeky
0
Geeky
Win
0
Win
Angry Angry
0
Angry
Cute Cute
0
Cute
Geek Geek
0
Geek
LOL LOL
0
LOL
Love Love
0
Love
Omg Omg
0
Omg
Sad Sad
0
Sad
Scary Scary
0
Scary
Wtf Wtf
0
Wtf
Yaaas
1
Yaaas

Comments 0

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

log in

reset password

Back to
log in
Choose A Format
Gif
GIF format